ชื่อโครงงาน                โครงงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

โรงเรียน                      พะโต๊ะวิทยาโครงงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

 

ชื่อผู้จัดทำโครงงาน      1.นายนพดล                ยางฆ้อ

                                  2.นางสาวธิดา              เสวียนชัย

                                  3.นางสาวสิรันดา          แดงบาง

           

ครูที่ปรึกษาร่วม            คุณครูลักขณา       แสงสี

 

 

 

 

ที่มาและความสำคัญ

                      ในปัจจุบันสิ่งแวดล้อมได้มีการเปลี่ยนจากเดิมไปมากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเราทั้ง

สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและสิ่งที่มนุษย์ไม่ได้ขึ้น

                      สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันได้เสื่อมสภาพลงเรื่อยๆเนื่องจากมนุษย์ได้ทำลายสิ่งแวดล้อม

ไปมากเช่น ดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุ ป่าไม้   ที่นับวันยิ่งหมดไปเพราะมนุษย์ใช้แล้วไม่ได้ทดแทน

สิ่งที่ใช้ไปและไม่มีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทำให้เกิดภัยต่างๆตามมา

                       การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะสิ่งแวดล้อมในทุกด้านล้วนมีบทบาท

และความสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งสิ้น      

วัตถุประสงค์และเป้าหมาย

                                   1.ต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในหลายๆด้านให้ดีขึ้น

                                   2.การอนุรักษ์ด้านดิน  เพื่อป้องกันมิให้ดินเสื่อมสภาพ

                                   3.ต้องการอนุรักษ์ด้านน้ำ  เพื่อลดปริมาณน้ำเสีย

                                   4.ต้องการอนุรักษ์ด้านอากาศ  เพื่อลดมลพิษทางอากาศ

                                   5.ต้องการอนุรักษ์ด้านป่าไม้  เพื่อเพิ่มจำนวนป่าไม้ เช่นปลูกป่า

แผนปฎิบัติงาน       

ลำดับที่

กิจกรรม

ระยะเวลา(วัน)

ผลการศึกษา

1

สำรวจพื้นที่

3

ได้รู้ถึงปัญหาสภาพแวดล้อม

2

เก็บรวบรวมข้อมูล

1

ได้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม

3

วางแผนการปฎิบัติ

2

ได้รู้ถึงแผนงานที่จะปฎิบัติ

4

ดำเนินงาน

ครั้งที่1น้ำ

 

3

 

1.ได้นำขยะออกจากแม่น้ำลำคลอง

2.นำจอกแหนไปปลูกในแม่น้ำลำคลอง

5

ครั้งที่2ป่าไม้

3

1.ปลูกป่า

2.ไปปลูกจิตสำนึกแก่ประชาชนให้เห็นความสำคัญของต้นไม้

6

ครั้งที่3แร่ธาตุ

3

1.ใช้วิธีขุดแร่ที่มีประสิทธิภาพ

2.ชะลอการขุดแร่มาใช้ประโยชน์

7

ครั้งที่4  อากาศ

2

1.ได้ปลูกจิตสำนึกแก่ประชาชนเรื่องความสำคัญของอากาศ

8

ครั้งที่5  ดิน

2

1.ปลูกพืชคุมดินและปลูกป่า

9

เรียบเรียงข้อมูล

1

1.ได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ดิน น้ำ แร่ ป่าไม้ อากาศ

10

นำเสนอ

1

ได้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุ ป่าไม้

                                                                                                                                                                                                                                                                               

ประโยชน์และคุณค่าของงาน

                                    1.ได้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  ดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุ ป่าไม้ให้มีสภาพที่ดีขึ้น

                                    2.ได้ฝึกการทำงานเป็นหมู่คณะ

                                    3.ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

ข้อเสนอแนะ

                                    ควรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุ ป่าไม้ทุกวัน

 

อ้างอิง                                               

                 

ดินและน้ำ

ดินและน้ำยังเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มาศึกษากันเถอะการอนุรักษ์ดินและน้ำ

คือ การใช้น้ำหรือการจัดการทรัพยากรดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยป้องกันการชะล้างการพังทลายของดิน และการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สามารถทำการเกษตรได้ตลอดไป

การอนุรักษ์ดิน เพื่อรักษาความสามารถในการผลิตของดินให้ยืนนานและเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยเนื้อที่ดิน

 

หลักการอนุรักษ์ดิน

 

         1. ลดอัตราการกัดกร่อนของดิน

         2. เพิ่มหรือรักษาระดับปริมาณของธาตุอาหารและอินทรีย์วัตถุในดินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

         3. ปรับปรุงโครงสร้างของดินให้อยู่สภาพที่เหมาะสม

         4. ทำให้สามารถใช้น้ำอย่างประหยัด

 

การอนุรักษ์น้ำ ทรัพยากรน้ำมีความสำคัญเหมือนกับทรัพยากรดินดังนั้นกิจกรรมการอนุรักษ์น้ำจึงต้องมีการดำเนินคู่กันไป

                                    

การอนุรักษ์ทรัพยากรอากาศ

เนื่องจากโลกเรามีความกว้างใหญ่ การแก้ไขปัญหาซึ่งเกิดขึ้นกับบรรยากาศ จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

ดังนั้น หลักสำคัญในการอนุรักษ์จึงได้แก่การป้องกันมิให้เกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม หลักและวิธีการ อนุรักษ์ทรัพยากรอากาศรวมถึงการแก้ไขปัญหาสรุปได้ดังนี้

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                       1.ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก เช่น ไม่เผาป่า ฟางข้าว หรือขยะมูลฝอยเพื่อลดปริมาณก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ แก้ไขรถควันดำ เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอน-มอนอกไซด์ ลดปริมาณขยะ เปียกและการทำให้เกิดการหมักหมม ของซากอินทรียวัตถุซึ่งทำให้เกิดก๊าซมีเทนและไม่ควรใช้ปุ๋ย ไนโตรเจนมากเกินความจำเป็นเพราะจะทำให้เกิดก๊าซไนตรัสออกไซด์

เรือนกระจก

http://www.acmecompany.com/stock_thumbnails/13808.greenhouse_effect_2.jpg

http://www.ucar.edu/learn/images/gheffect.gif

 2)ในการประชุมสุดยอดเพื่อหาแนวทางลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุน เมื่อเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2540 สหรัฐอเมริกาสัญญาว่า ภายใน 15 ปี ข้างหน้าจะลดก๊าซเรือนกระจก ลงร้อยละ 7 จากปริมาณที่เคยปล่อยเมื่อ พ.ศ. 2533 ส่วนสหภาพยุโรปจะลดลงร้อยละ 8 และ ญี่ปุ่นจะลดร้อยละ 6 ซึ่งจะเป็นผลให้ก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกลดลงจาก พ.ศ. 2533 ร้อยละ 5.2

 3) ลดปริมาณก๊าซที่ทำลายชั้นโอโซน ตามข้อตกลงของประชาคมโลกใน " พิธีสารมอนทรีออล " ซึ่งระบุว่าแต่ละประเทศจะต้องควบคุมการใช้สารที่มีผลทำลายชั้นโอโซน โดยลดการใช้สารซีเอฟซี

1.ตั้งแต่ พ.ศ. 2542 และจะต้องเลิกใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป ประเทศไทยได้ตอบสนองข้อตกลงนี้เป็นอย่างดี เช่น กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศฉบับที่ 120 กำหนดมิให้ผู้ใดนำตู้เย็นสำเร็จรูปประเภทที่ใช้ในบ้านเรือน โดยใช้สารซีเอฟซีในกระบวนการผลิต เข้ามาในราชอาณาจักร นับตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2542 เป็นต้น ในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จึงควรให้ความร่วมมือด้วยการเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้สารซีเอฟซีทุกชนิด เช่น โฟม กระป๋องสเปรย์ ครีมโกนหนวด ใช้เครื่องปรับอากาศรถยนต์ที่ใช้สาร R134a แทนซีเอฟซีตลอดจนผลิตสารอื่นเพื่อใช้แทนซีเอฟซี

 2. อนุรักษ์ป่าไม้เพื่อช่วยลดปัญหาอากาศเสียและวาตภัย ทั้งนี้ เพราะต้นไม้จะใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อการสังเคราะห์แสง การมีต้นไม้มากจึงช่วยลดปัญหาภาวะเรือน กระจกที่เกิดจากก๊าซนี้ได้ นอกจากนี้ ต้นไม้ยังช่วยกรองฝุ่นผงและละอองต่างๆ ที่ทำให้อากาศเสีย รวมทั้งช่วยปะทะและลดความรุนแรงของ ลมพายุอีกด้วย

การปลูกป่า

http://www.montfort.ac.th/prnews/act_pic/images/act159.jpg

 3. ตรวจสอบอากาศเพื่อเตรียมแก้ไขปัญหา การตรวจสอบคุณภาพอากาศอย่างต่อ-เนื่อง เพื่อให้ สามารถ ทราบ และหาทางแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น

 4. การป้องกันและรักษา

1) การป้องกันผิวหนังไหม้หรือเหี่ยวย่นเนื่องจากแสงแดด ในกรณีจะต้องอยู่กลางแจ้งนานๆ ควรใส่ เสื้อผ้าที่หนาและมีสีเข้มหรือสวมหมวกปีกกว้างเพื่อไม่ให้ผิวถูกแสงแดดโดยตรง ( แพทย์ ผิวหนัง แนะนำว่าหากต้องการป้องกันผิวหนัง ซึ่งได้แก่ แสงแดด ความร้อน ควัน บุหรี่ เหล้า และ สารเคมี ที่ระคายผิว )

 2) ป้องกันมะเร็งผิวหนัง

- เลือกรับประทานอาหารที่ช่วยป้องกันโรค มหาวิทยาลัยบัฟฟาโล ประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานว่า ผู้ที่แพ้แดดง่าย ผิวขาวหรือผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้งเป็นประจำควรบริโภคแต่อาหารที่มีไขมันต่ำ ผักและ ผลไม้ที่มีธาตุเซเลเนียม (เช่น เห็ด ปลาทูน่า และแป้งข้าวสาลี) เบตาแคโรทีน (เช่น หัวผักกาดแดง พวกกะหล่ำ และผักขม) และวิตามินซี (ส้มและมะนาว) เพราะจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งผิวหนังได้มาก ถึงร้อยละ 96

- ใช้ครีมทากันแดด เช่น ครีมทากันแดดเบอร์ 15 แต่จะป้องกันใช้เฉพาะรังสีอัลตราไวโอเลต เอและบี เท่านั้น โดยไม่อาจป้องกันรังสีอินฟราเรดที่ทำให้รู้สึกร้อนได้ การสวมเสื้อผ้าหนาๆ และมีสีเข้มจะช่วย ป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้ดีกว่า

 3) ปรับสภาพอากาศให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต หากอากาศร้อนจนไม่น่าอยู่ พักผ่อน หรือปฏิบัติงาน และจะทำให้สิ่งของเครื่องใช้เกิดความเสียหาย ควรแก้ไขโดยการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แต่ควรจะ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องปรับอากาศที่ก่อปัญหาสารซีเอฟซี

 4) รักษาอาการผดผื่นคันที่เกิดจากอากาศร้อน ให้ทาด้วยพวกคาลาไมน์โลชั่น หากมีอาการคันมากต้อง รับประทานยาคลอเฟนิรามีนหรือบอมเฟนิรามีน

 5) สังคมโลกต้องร่วมมือกันอนุรักษ์อย่างจริงจังและบังเกิดผลอย่างชัดเจน โดยเหตุที่ปรากฏการณ์ เรือนกระจกและการทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศมีผลกระทบต่อชีวมณฑลหรือชีวาลัย ดังนั้นจึงจำเป็นที่ทุกประเทศจะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหานี้อย่างมีประสิทธิผล

 ที่มา : สวัสดิ์ โนนสูง.ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม.2543.

 http://www.environnet.in.th/evdb/info/air/   

 

                                                   การอนุรักษ์ทรัพยากรแร่

1.ใช้วิธีขุดแร่ที่มีประสิทธิภาพ

 2.ชะลอการขุดค้นแร่มาใช้ประโยชน์

 3.ใช้แร่อย่างประหยัด

 4.ลดการส่งแร่ไปจำหน่ายต่างประเทศในสภาพล้นแร่

 ข้อควรจำ เหมืองแร่ในประเทศไทยที่เคยออกข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยคือ

 1.ลิกไนส์(อ.ปูดำ จ.กระบี่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง อ.ลี้ จ.ลำพูน)

 2.หินน้ำมัน(อ.แม่สอด จ.ตาก)

 3.แร่เกลือหิน-โพแทช มีมากในภาคอีสาน

 4.แร่รัตนชาติ มีมากในภาคตะวันออกและภาคตะวันตก

 5.ดีบุก มีมากที่จ.พังงา

 ตั้งแต่วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545

www.thaigoodview.com

บริหารและจัดการโดยทีมงานชาวมัธยมศึกษา

e-mail : thaigoodview@hotmail.com

ICQ : 82032264

 

                                               การอนุรักษ์ป่าไม้         

           ป่าไม้มีความสำคัญต่อพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่จะต้องมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอันดับแรก การอนุรักษ์ป่าไม้ทำได้โดย

          ๑. บำรุงรักษาสภาพป่าไม้ของบริเวณพื้นที่ต้นน้ำลำธารให้มีความอุดมสมบูรณ์ตลอดไปด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การกำหนดพื้นที่ป่าต่างๆ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ การป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้อย่างจริงจัง   การป้องกันมิให้มีการบุกเบิกขยายพื้นที่เพื่อการทำไร่เลื่อนลอย  และการป้องกันไฟไหม้ป่า

          ๒. ปรับปรุงบูรณะสภาพพื้นที่ป่าไม้ซึ่งถูกทำลายอย่างมีประสิทธิภาพและจริงจังด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การปลูกซ่อมเสริมป่าในบริเวณพื้นที่รกร้างว่างเปล่า  การทำสวนป่า  การทำสวนพฤกษศาสตร์หรือสวนรุกขชาติ ตลอดจนการ จัดทำระบบวนเกษตร โดยปลูกพืชเศรษฐกิจที่เป็นไม้ผลหรือพืชอื่นผสมในสวนป่า

          ๓. ประชาสัมพันธ์ ด้วยการให้การศึกษาแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงภัยอันจะเกิดขึ้นจากการที่ป่าไม้บริเวณพื้นที่ต้นน้ำลำธารถูกทำลาย และรณรงค์ให้ร่วมมือกับทางราชการในการรักษาป่าไม้อย่างกว้างขวางเป็นต้น

การอนุรักษ์ป่าไม้ จาก สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน


edit @ 4 Dec 2011 16:23:59 by โครงงานคอมพิวเตอร์

edit @ 4 Dec 2011 16:26:43 by โครงงานคอมพิวเตอร์